โปรแกรม Partition Magic เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานสำหรับ การจัดการแบ่งขนาดของฮาร์ดดิสก์ โดยสามารถทำการแบ่ง ลบ สร้าง เปลี่ยนขนาด หรือเปลี่ยนชนิดของ FAT ของฮาร์ดดิสก์ได้ โดยที่สามารถทำบนฮาร์ดดิสก์ ที่มีข้อมูลอยู่ได้เลย และข้อมูลที่เก็บอยู่ จะไม่มีการสูญหายด้วย (ถ้าไม่มีปัญหาของเครื่องระหว่างการทำงาน) นอกจากนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่ได้ทำการลง Windows XP ไว้แบบ NTFS และเกิดเปลี่ยนใจจะลบหรือ format พาร์ติชั่นที่เป็น NTFS จะไม่สามารถ ทำได้ง่ายนัก แต่ด้วยโปรแกรม Partition Magic นี้ จะสามารถลบ FAT ที่เป็นแบบ NTFS ได้สบาย ๆ
มาทำความเข้าใจกับซอฟต์แวร์ Partition Magic ที่จะแนะนำตัวนี้กันก่อน
เนื่องจากว่า ตัวโปรแกรมเต็ม ๆ ของ Partition Magic นั้นจะมีขนาดใหญ่มาก และหาดาวน์โหลดมาใช้งานได้ค่อนข้างยาก ดังนั้น ซอฟต์แวร์ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้ จะไม่ใช่เป็นตัวเต็มของโปรแกรมนี้ แต่จะเป็นแผ่นดิสก์ที่ได้จากการทำ Create Rescue Diskettes ซึ่งจะได้เป็นแผ่นดิสก์ออกมา มีขนาดแค่เพียงแผ่นดิสก์ 1 แผ่นเท่านั้น และสามารถนำแผ่นดิสก์ที่ได้นี้ ไปใช้บูตเครื่อง และเรียกใช้งานโปรแกรม Partition Magic ได้เหมือนกัน โดยอาจจะมีความสามารถบางอย่างที่ถูกตัดออกไปบ้าง แต่ส่วนที่ยัง สามารถใช้งานได้ ก็เพียงพอ ต่อความต้องการแล้วหละครับ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ จากนั้น ก็ทำการ แตกไฟล์ ที่ดาวน์โหลดไปด้วย winzip ออกมาก่อน จากนั้น ก็ดับเบิ้ลคลิกเรียกไฟล์ข้างใน เพื่อที่จะเขียนลงแผ่นดิสก์ได้เลย
เอาหละครับ เมื่อจัดการทำแผ่นดิสก์ได้เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มต้นการบูตเครื่องจากแผ่นดิสก์นี้ได้เลย
เมื่อบูตเครื่องด้วยแผ่นดิสก์ของ Partition Magic จะได้ตามภาพด้านบนนี้ รอสักครู่ก่อน
เริ่มเข้าหน้าจอของโปรแกรม รอสักครู่ครับ
หลังจากนั้น ก็จะเริ่มเข้าสู่การใช้งานตัวโปรแกรมครับ ขั้นแรก ทำการเลือก Disk หรือฮาร์ดดิสก์ที่เราต้องการทำงานให้ถูกต้องก่อน จากปุ่มที่ด้านบนขวามือ และลองมาดูรายละเอียดของฮาร์ดดิสก์ ที่มีอยู่ในเครื่องครับ (ตัวอย่างในภาพ เป็นฮาร์ดดิสก์ของผม ที่ได้ทำการ แบ่งพาร์ติชันต่าง ๆ ไว้ และมีส่วนที่เป็น NTFS ที่ไม่สามารถลบด้วย FDISK ธรรมดาได้ด้วย)
ต่อไปนี้ ก็จัดการทำในสิ่งที่ต้องการได้เลย เช่นจะเปลี่ยนขนาด ลบ สร้าง หรือเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ โดยเลือกจากเมนูต่าง ๆ ครับ โดยที่จะขอ อธิบายความหมายของแต่ละเมนูคร่าว ๆ ที่ใช้งานบ่อย ๆ ดังนี้
นอกจากนี้ ก็ยังมีเมนูของการ Convert และ Advance ที่สามารถใช้กำหนดค่าต่าง ๆ ของพาร์ติชั่นไดอีกด้วย แต่สำหรับ การใช้งาน ในเบื้องต้น ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้งานมากนักครับ ดังนั้น ส่วนนี้ผมขอข้ามไป โดยจะแนะนำ เฉพาะส่วนที่ ควรจะทราบไว้ และเป็นส่วนที่ น่าจะใช้งานจริง ๆ เท่านั้น
ตัวอย่างของการแนะนำครั้งนี้ คือการทำ format พาร์ติชันที่ถูกสร้างจาก Windows XP และเป็น NTFS โดยจะทำการ format และเปลี่ยนให้เป็น FAT32 เพื่อใช้งานใหม่ (เพราะอย่างที่บอกไว้ว่า หลายคนมีปัญหาลบ Windows XP แบบ NTFS ไม่ได้)
โดยการคลิกเมาส์ที่ พาร์ติชั่นที่ต้องการทำงานก่อน จากนั้น เลือกที่เมนู Operations และ Format เพื่อทำการ format ครับ
จากนั้น ก็เลือกรูปแบบของระบบ FAT ใหม่ เช่นสำหรับการใช้งานทั่วไปก็เลือกเป็น FAT32 ใส่ชื่อ Label ที่ต้องการ จะตั้งชื่อให้กับ ฮาร์ดดิสก์ และพิมพ์คำว่า OK ในช่องข้างล่าง เพื่อการยืนยันคำสั่งครับ จากนั้นก็กดที่ปุ่ม OK เพื่อกลับไปหน้าแรก
ในตรงนี้ โปรแกรมจะยังไม่ได้ทำงานทันทีนะครับ เราสามารถกำหนดงานอื่นให้กับโปรแกรมได้อีก แต่ถ้าต้องการให้โปรแกรม ทำงานตามที่เราต้องการ ก็กดที่ปุ่ม Apply ที่มุมขวาด้านล่างได้เลย
กดที่ปุ่ม Apply เพื่อเริ่มต้นการทำงาน และกด Yes เพื่อยืนยันอีกครั้ง
รอสักครู่ ให้โปรแกรมทำงานไปจนเสร็จนะครับ เมื่อโปรแกรมทำงานเสร็จแล้ว ก็กด OK และถ้าไม่ต้องการทำอะไรต่อ ก็กดที่ปุ่ม Exit เพื่อออกจากโปรแกรมได้เลยครับ
ในบางครั้งที่เรากดออกจากโปรแกรม อาจจะมีการถามแบบตัวอย่างในภาพด้านบนนี้ เนื่องจาก การที่เราไลบ สร้างพาร์ติชั่นใหม่ การเรียกชื่อไดร์ฟเช่น C: D: E: อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม ตรงนี้ก็กด OK ไปเลยก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไรครับ
สรุป Partition Magic นับได้ว่าเป็นซอฟต์แวร์ ที่น่าจะมีติดเครื่องไว้ใช้งานมาก ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องทำการ format หรือแบ่งขนาดของฮาร์ดดิสก์บ่อย ๆ ครับ และโดยเฉพาะการใช้งานในการลบ NTFS ของ Windows XP ที่ทำได้แบบง่าย ๆ ก็ทดลองเล่นกันดูเองครับ ส่วนใครติดใจโปรแกรมนี้ จะหาซอฟต์แวร์ ที่เป็นตัวเต็ม มาใช้งานแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็ได้ครับ
*** ข้อควรระวัง ในการใช้งาน Partition Magic คือ บ่อยครั้งที่เกิดการเครื่องแฮงค์ ระหว่างการแบ่งพาร์ติชั่น ซึ่งจะพบได้มาก ในเครื่องที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีอุปกรณ์บางตัว อาจจะทำงานได้ ไม่สมบูรณ์เต็มที่ (ปัญหานี้พบบ่อยมากนะครับ) ซึ่งส่วนมาก อาจจะเกิดอาการ พาร์ติชั่นหายไปเลย หลาย ๆ ท่าน จึงมีการตั้งชื่อภาษาไทยให้กับโปรแกรมนี้ว่า "พาร์ติชั่นล่องหน" นะครับ ***
ผ่านไปไม่นานก็จะผ่านไปอีกปีทั้งที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเลย เวลานี่มันช่างเร็วเหลือเกิน
ผมว่าบางคนก็คงมีคนคิดอย่างเดียวกับผม ว่าแล้วเว็บที่ผมทำอยู่นี้ก็จะเกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์ครับ อาจจะล่าช้าในเรื่องของ content ที่ไม่ได้อับเดทบ้าง ก็อย่าว่ากันนะครับ
ผมจะทำการอับข้อมูลเรื่อยๆครับ ขอบคุนครับ
การติดตั้ง Windows XP Professional พร้อมตัวอย่างตั้งแต่เริ่มต้น
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows XP โดยปกติ จะสามารถทำได้ 2 แบบคือ การติดตั้งโดยการอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม หรือทำการติดตั้งใหม่เลยทั้งหมด สำหรับตัวอย่างในที่นี้ จะขอแนะนำวิธีการ ขั้นตอนการติดตั้ง Windows XP แบบลงใหม่ทั้งหมด ซึ่งความเห็นส่วนตัว น่าจะมีปัญหาในการใช้งานน้อยกว่าแบบอัพเกรดครับ
วิธีการติดตั้ง Windows XP ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบดังนี้
1. ติดตั้งแบบอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม โดยใส่แผ่น CD และเลือกติดตั้งจาก CD นั้นได้เลย
2. ติดตั้งโดยการบูตเครื่องใหม่จาก CD ของ Windows XP Setup และทำการติดตั้ง
3. ติดตั้งจากฮาร์ดดิสก์ โดยทำการ copy ไฟล์ทั้งหมดจาก CD ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ ก่อนทำการติดตั้ง
เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ในขั้นตอนการติดตั้งระบบ Windows XP ตรงนี้ จะขอแสดงตัวอย่างการติดตั้ง โดยการบูตจากแผ่น CD ของ Windows XP Setup ครับ โดยก่อนที่จะทำการติดตั้ง ก็ให้ทำการสำรองข้อมูลต่าง ๆ ไว้ให้เรียบร้อย จัดการแบ่ง พาร์ติชั่น (ถ้าจำเป็น) และทำการ format ฮาร์ดดิสก์ให้เรียบร้อยก่อน นอกจากนี้ ไม่ควรลืมการเตรียม Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นของ Windows XP ไว้ด้วยครับ ดูรายละเอียดและวิธีการต่าง ๆ ตามลิงค์ต่อไปนี้
ในการแบ่งพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ แนะนำให้ทำการวางแผนประมาณขนาดพื้นที่ไว้ล่วงหน้าด้วย โดยทั่วไปก็ไม่ควรจะใช้พื้นที่ต่ำกว่า 3G. และเนื่องจากระบบ Windows XP สามารถที่จะสร้างเมนู Multi Boot ได้หลังจากที่ติดตั้งไปแล้ว โดยยังสามารถเลือกเมนูว่า จะเรียก Windows ตัวเดิมหรือจะเรียก Windows XP ก็ได้ ดังนั้น หลาย ๆ ท่านมักจะแบ่งพื้นที่ไว้ลง Windows 98 ที่ Drive C: ประมาณ 5G. และเผื่อไว้สำหรับ Windows XP ที่ Drive D: อีกประมาณ 5G. ที่เหลือก็จะเป็น Drive E: สำหรับเก็บข้อมูลอื่น ๆ ทั่วไป แต่ถ้าหากลง Windows เพียงแค่ตัวเดียว ก็ไม่จำเป็นครับ
การตั้งค่าใน BIOS ก่อนทำการติดตั้ง Windows XP ใหม่จะต้องทำการ Disable Virus Protection ใน BIOS ซะก่อน เพราะว่าเมนบอร์ดบางรุ่นจะมีการป้องกัน Virus โดยการป้องกันการเขียนทับในส่วนของ Boot Area ของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเท่าที่เคยเห็นมา เครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่จะมีให้เลือกตั้งค่านี้อยู่แล้ว ถ้าหากเครื่องของใครไม่มีก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเมนบอร์ด บางรุ่นอาจจะไม่มีก็ได้ วิธีการก็คือ
เริ่มจากการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ ขณะที่เครื่องกำลังทำ Memory Test หรือนับ RAM อยู่นั่นแหละ ด้านล่างซ้ายมือจะมีคำว่า Press DEL to enter SETUP ให้กดปุ่ม DEL บน Keyboard เพื่อเข้าสู่เมนูของ Bios Setup (แล้วแต่เมนบอร์ด ด้วยบางทีอาจจะใช้ปุ่มอื่น ๆ สำหรับการเข้า Bios Setup ก็ได้ลองดูให้ดี ๆ) จากนี้ก็แล้วแต่ว่าเครื่องของใคร จะขึ้นเมนูอย่างไร คงจะไม่เหมือนกันแต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก จากนั้นให้มองหาเมนู Bios Features Setup ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูที่สอง ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนแถบลงมาแล้วกด ENTER ถ้าใช่จะมีเมนูของ Virus Warning หรือ Virus Protection อะไรทำนองนี้ ถ้าหากเป็น Enable อยู่ละก็ให้เปลี่ยนเป็น Disable โดยเลื่อนแถบแสงไปที่เมนูที่เราต้องการใช้ปุ่ม PageUp หรือ PageDown สำหรับเปลี่ยนค่าให้เป็น Disable
กดปุ่ม ESC เพื่อกลับไปเมนูหลักของ Bios Setup มองหาเมนูของ SAVE TO CMOS AND EXIT หรืออะไรทำนองนี้เลื่อนแถบแสงไปเลยแล้วกด ENTER ถ้าหากเครื่องถามว่าจะ Save หรือไม่ก็ตอบ Y ได้เลย หลังจากนี้เครื่องจะทำการ Reboot ใหม่อีกครั้ง ใส่แผ่น Startup Disk ที่เราทำไว้ตามขั้นตอนแรกรอไว้ก่อนเลย
มาดูขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น การติดตั้ง Windows XP กันเลยครับ
เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)
ทำการปรับเครื่อง เพื่อให้บูตจาก CD-Rom ก่อน จากนั้นก็บูตเครื่องจากแผ่นซีดี Windows XP Setup โดยเมื่อบูตเครื่องมา จะมีข้อความให้กดปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อบูตจากซีดีครับ ก็เคาะ Enter ไปทีนึงก่อน
โปรแกรมจะทำการตรวจสอบและเช็คข้อมูลอยู่พักนึง รอจนขึ้นหน้าจอถัดไปครับ
เข้ามาสู่หน้า Welcome to Setup กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
ทำการเลือก Drive ของฮาร์ดดิสก์ที่จะลง Windows XP แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
เลือกชนิดของระบบ FAT ที่จะใช้งานกับ Windows XP หากต้องการใช้ระบบ NTFS ก็เลือกที่ข้อบน แต่ถ้าจะใช้เป็น FAT32 หรือของเดิม ก็เลือกข้อสุดท้ายได้เลย (no changes) ถ้าไม่อยากวุ่นวาย แนะนำให้เลือก FAT32 นะครับ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง รอสักครู่ครับ
หลังจากนั้น โปรแกรมจะทำการ Restart เครื่องใหม่อีกครั้ง (ให้ใส่แผ่นซีดีไว้ในเครื่องแบบนั้น แต่ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เมื่อบูตเครื่องใหม่ ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปเองได้เลยครับ)
หลังจากบูตเครื่องมาคราวนี้ จะเริ่มเห็นหน้าตาของ Windows XP แล้วครับ รอสักครู่
โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ครับ
จะมีเมนูของการให้เลือก Regional and Language ให้กดปุ่ม Next ไปเลยครับ ยังไม่ต้องตั้งค่าอะไรในช่วงนี้
ใส่ชื่อและบริษัทของผู้ใช้งาน ใส่เป็นอะไรก็ได้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
รอครับ รอ รอ รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ
เริ่มต้นบูตเครื่อง เข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP แล้วครับ
การเข้าสู่ Safe Mode เป็นอการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นจากซอฟต์แวร์ เพราะในโหมดนี้จะข้ามการทำงาน Registry ,
ไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์ ดังนั้นขั้นตอนการบูตเข้า Safe Mode จึงไม่เสียหายจากการทำงานเหล่านี้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การใช้งาน Safe Mode ด้วย เพราะจะช่วยแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี หากเครื่องมีปัญหาไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ จะแก้ปัญหาโดยการเข้าสู่ Safe Mode
เช่น หากปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งไดรเวอร์ ก็ให้เข้า Safe Mode แล้วเข้าไปลบไดรเวอร์ตัวนั้นทิ้งไป
ซึ่งการเข้า Safe Mode ก็สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
ให้บูตเครื่องขึ้นมาใหม่ จากนั้นกดปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดย้ำ ๆ (หรือกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้) แล้วจะปรากฏเมนูขึ้นมาดังนี้
1. Normal
2. Logged (\ BOOTLOGE.TXT)
3. Safe Mode
4. Step-by-step confirmation
5. Command prompt only
6. Safe modecommand promt only
ให้เลือกที่หัวข้อ 3 Safe Mode เท่านี้เราก็จะสามารถเข้า Safe Mode ได้แล้ว
การตั้งค่าและความหมายของคำต่าง ๆ ใน BIOS ที่ควรทราบ
โดยปกติแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ ใน BIOS บ่อยนัก ยกเว้นเมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ๆ เช่น CPU, RAM หรือ Hard Disk เป็นต้น
การเข้าสู่ BIOS Setup Mode
สำหรับวิธีการที่จะเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้นั้น จะขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละเครื่องด้วย โดยปกติเมื่อเราทำการเปิดสวิทช์ไฟของเครื่องคอมพิวเตอร์ BIOS ก็จะเริ่มทำงานโดยทำการทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนที่จะเรียกใช้งานระบบ DOS จากแผ่น Floppy Disk หรือ Hard Disk ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เราสามารถเข้าไปทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้โดยกด Key ต่าง ๆ เช่น DEL, ESC CTRL-ESC, CTRL-ALT-ESC ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละเครื่องจะตั้งไว้อย่างไร ส่วนใหญ่ จะมีข้อความบอกเช่น “Press DEL Key to Enter BIOS Setup” เป็นต้น
ปุ่ม Key ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการ Setup BIOS ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเดียวกัน โดยจะมีรูปแบบทั่วไป
Up, Down, Left, Right ใช้สำหรับเลื่อนเมนูตามต้องการ
Page Up, Page Down ใช้สำหรับเพิ่ม ลบ หรือเปลี่ยนแปลงค่าตามต้องการ
ESC Key ใช้สำหรับย้อนกลับไปเมนูแรกก่อนหน้านั้น
Enter Key ใช้สำหรับเลือกที่เมนูตามต้องการ
F1, F2 ถึง F10 ใช้สำหรับการทำรายการตามที่ระบุในเมนู BIOS Setup
ตัวอย่างการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS Setup
สำหรับตัวอย่างต่อไปนี้ผมนำมาให้ดูแบบรวมทั่ว ๆ ไปของ BIOS เท่าที่หาข้อมูลได้นะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคล้าย ๆ กัน เริ่มจากหลังจากที่กด DEL หรือ Key อื่น ๆ ขณะเปิดเครื่องเพื่อเข้าสู่ BIOS Setup Mode โดยปกติแล้ว ถ้าหากเป็นการตั้งค่าครั้งแรก หลังจากที่ทำการ Reset CMOS แล้ว ก็เลือกที่เมนู Load BIOS Default Setup หรือ Load BIOS Optimal-performance เพื่อเลือกการตั้งค่าแบบกลาง ๆ ของอุปกรณ์ทั่วไปก่อน จากนั้นจึงมาทำการเลือกแก้ไขเปลี่ยนแปลงแต่ละค่า ตามเมนูต่อไปนี้
Standard CMOS Setup
|
Date และ Time |
ใส่ วันที่ และ เวลา ปัจจุบัน |
|
Hard Disk |
กำหนดขนาดของ HDD (Hard Disk) ว่ามีขนาดเท่าไร โดยเลือกตั้งค่าเองแบบ User, แบบอัตโนมัติ Auto หรือไม่ได้ติดตั้งก็เลือกที่ None |
|
Primary / Master |
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE แรก แบบ Master |
|
Primary / Slave |
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE แรก แบบ Slave |
|
Secondary / Master |
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE ที่สอง แบบ Master |
|
Secondary / Slave |
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE ที่สอง แบบ Slave |
|
- Cyls |
จำนวน cylinders ใส่ตามคู่มือ HDD |
|
- Heads |
จำนวน heads ใส่ตามคู่มือ HDD |
|
- Precomp |
write precompensation cylinder ไม่ต้องกำหนดหรือใส่ตามคู่มือ HDD |
|
- Landz |
landing zone ไม่ต้องกำหนด หรือใส่ตามคู่มือ HDD |
|
- Sectors |
จำนวน sectors ใส่ตามคู่มือ HDD |
|
Mode |
ถ้าหากทราบค่าที่แน่นอนให้ใส่เป็น User แต่ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตั้ง Auto ไว้ |
|
- Auto BIOS |
จะทำการตรวจสอบและตั้ง Mode ของ HDD อัตโนมัติ |
|
- Normal |
สำหรับ HDD ที่มี clys,heads,sectors ไม่เกิน 1024,16,63 |
|
- Large |
สำหรับ HDD ที่มี cyls มากกว่า 1024 แต่ไม่ support LBA Mode |
|
- LBA |
Logical Block Addressing สำหรับ HDD ใหม่ ๆ จะมีการส่งข้อมูลที่เร็วกว่า |
|
Drive A: B: |
ชนิดของ Diskette Drives ที่ติดตั้งใช้งาน 360K, 720K, 1.2M หรือ 1.44M |
|
Video |
ชนิดของจอแสดงภาพ (ปกติจะเป็น EGA/VGA) |
|
Halt On |
กำหนดการ Stop หากพบ Error ขณะที่ POST (Power-On Seft Test) |
|
- All errors |
การ POST จะหยุดและแสดง prompts ให้เลือกการทำงานต่อไปทุก Error |
|
- All, But Key |
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Keyboard Error |
|
- All, But Disk |
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Disk Drive Error |
|
- All, But Disk/Key |
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Keyboard Error หรือ Disk Error |
|
Memory |
จะแสดงขนาดของ Memory ที่ใส่อยู่ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ |
|
- Base Memory |
โดยปกติจะเป็น 640K สำหรับ DOS |
|
- Extended |
คือ Memory ในส่วนที่สูงกว่า 1M ขึ้นไป |
|
- Other Memory |
หมายถึงส่วนของระหว่าง 640K ถึง 1M |
BIOS Features Setup
|
Virus Warning |
การเตือนเมื่อมีการเขียนข้อมูลทับ Boot Record ของ HDD [Enabled] |
|
CPU Int / Ext cache |
การใช้งาน CPU Internal / External Cache [Enabled] |
|
CPU L2 Cache ECC Check |
การใช้ External Cache แบบ ECC SRAMs |
|
Quick Power On Seft Test |
การทำ POST แบบเร็ว [Enabled] |
|
Boot Sequence |
เลือกลำดับของการบูทเช่นจาก C:, A: หรือ IDE-0, IDE-1 [C: A:] |
|
Swap Floppy Disk |
กำหนดการสลับตำแหน่ง Drive A: เป็น Drive B: [Disabled] |
|
Boot Up Floppy Seek |
การตรวจสอบชนิดของ Disk Drive ว่าเป็นแบบใด [Disabled] |
|
Boot Up NumLock Status |
กำหนดการทำงานของ Key NumLock หลังจากเปิดเครื่อง [Disabled] |
|
Boot Up System Speed |
กำหนดความเร็ว CPU หลังจากเปิดเครื่อง [High] |
|
Gate A20 Option |
การเข้าถึง Address memory ส่วนที่สูงกว่า 1M [Fast] |
|
Typematic Rate Setting |
กำหนดความเร็วของการกด Key [Enabled] |
|
Typematic Rate (Chars/Sec) |
กำหนดความเร็วของการกด Key [6] |
|
Typematic Delay (Msec) |
กำหนดค่า delay ของการกด Key [250] |
|
Security Option |
กำหนดการตั้งรหัสผ่านของการ Setup BIOS หรือ System [Setup] |
|
PS/2 Mouse Control |
กำหนดการใช้งาน PS/2 Mouse [Disabled] |
|
PCI/VGA Palette Snoop |
แก้ปัญหาการเพี้ยนของสีเมื่อใช้การ์ดวีดีโออื่น ๆ ร่วมด้วย [Disabled] |
|
Assign IRQ for VGA |
กำหนดการใช้ IRQ ให้กับการ์ดจอ [Enabled] |
|
OS Select for DRAM > 64M |
การกำหนดหน่วยความจำสำหรับ OS2 [Non-OS] |
|
HDD S.M.A.R.T capability |
Self-Monitering Analysis and Reporting Technology ควรเลือก [Enabled] |
|
Video BIOS Shadow |
กำหนดให้ทำ Shadow กับ ROM จากการ์ดแสดงผล C0000-C4000 ควรเลือก [Enabled |
|
Adapter ROM |
กำหนดให้ทำ Shadow กับ ROM จากการ์ดที่เสียบเพิ่มเติม |
|
- C8000 |
ใช้กับการ์ดแสดงผลชนิด MDA (จอเขียว) |
|
- CC000 |
ใช้กับการ์ด controller บางประเภท [Disabled] |
|
- D0000 |
ใช้กับการ์ด LAN [ถ้าไม่ใช้ตั้ง Disabled] |
|
- D4000 |
ใช้กับ controller สำหรับ Disk Drive ชนิดพิเศษ [Disabled] |
|
- D8000 |
ตั้ง [Disable] |
|
- DC000 |
ตั้ง [Disable] |
|
- E0000 |
ตั้ง [Disable] |
|
- E4000 |
ตั้ง [Disable] |
|
- E8000 |
ตั้ง [Disable] |
|
- EC000 |
ใช้กับการ์ด controller ชนิด SCSI [หากไม่ได้ใช้ตั้ง Disable] |
|
System ROM |
การทำ Shadow กับ ROM ของ BIOS ที่ F000 [Enabled] |
Chipset Features Setup
|
Auto Configuration |
คือให้ BIOS จัดการค่าต่างๆโดยอัตโนมัติซึ่งจะเป็นค่ากลาง ๆ |
|
Hidden Refresh |
การเติมประจุไฟของ DRAM [Enabled] |
|
Slow Refresh |
ให้ DRAM ลดความถี่ในการเติมประจุไฟลง 2 - 4 เท่า [เลือก Enabled ถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน] |
|
Concurrent Refresh |
การอ่าน-เขียนข้อมูล ได้พร้อมๆกับการเติมประจุไฟใน DRAM [เลือก Enabled ถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน] |
|
Burst Refresh |
การเติมประจุไฟลง DRAM ได้หลายๆ รอบในการทำงานครั้งเดียว [เลือก Enabled ถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน] |
|
DRAM Brust at 4 Refresh |
จำนวนการ Burst Refresh เป็น 4 รอบในการทำงาน 1ครั้ง [Enabled] |
|
Staggered Refresh |
การเติมประจุล่วงหน้าใน DRAM ใน Bank ถัดไปด้วย [Enabled] |
|
Refresh RAS Active Time |
ให้ทดลองกำหนดค่าน้อยที่สุดเท่าที่เครื่องจะสามารถทำงานได้ |
|
AT Cycle Wait State |
เวลาที่รอให้การ์ด ISA พร้อม ให้ตั้งค่าที่น้อยสุดเท่าที่เครื่องทำงานได้ |
|
16-Bit Memory, I/O Wait State |
เวลาที่ซีพียูต้องรอระหว่างรอบการทำงาน ตั้งน้อยที่สุดที่ทำงานได้ |
|
8-Bit Memory, I/O Wait State |
เวลาที่ซีพียูต้องรอระหว่างรอบการทำงาน ให้ตั้งน้อยสุดที่ทำงานได้ |
|
DMA Clock Source |
กำหนดความเร็วของอุปกรณ์ DMA โดยมีค่าปกติคือ 5 MHz |
|
Memory Remapping |
หากเปิดการทำงานนี้ไว้จะทำ Shadows กับ BIOS ใดๆ ไม่ได้ |
|
Cache Read Hit Burst หรือ SRAM Read Wait State |
ระยะพักรอเมื่ออ่านข้อมูลลงใน L1 Cache ให้ตั้งน้อยที่สุดเท่าที่ทำงานได้ |
|
Cache Write Hit Burst หรือ SRAM Write Wait State |
ระยะพักรอเมื่ออ่านข้อมูลลงใน L1 Cache ให้ตั้งน้อยที่สุดเท่าที่ทำงานได้ |
|
Fast Cache Read / Write |
ให้แคชทำงานโหมดความเร็วสูง จะมีผลเมื่อแคชมีขนาด 64 KB หรือ 256 KB |
|
Tag Ram Includes Ditry |
ให้แคชทำงานในโหมดเขียนทับโดยไม่ต้องย้าย/ลบข้อมูลเดิมออกก่อน หากมี Ram น้อยกว่า 256 MB ควรใช้ Dirty Bit |
|
Non-Cacheable Block-1 Size |
กำหนดขนาดหน่วยความจำที่ห้ามทำแคช [OK หรือ Disabled] |
|
RAS to CAS Delay Time |
ค่าหน่วงเวลาก่อนที่จะสลับการทำงาน RAS-CAS ตั้งค่าน้อยที่สุด เท่าที่ทำงานได้ |
|
CAS Before RAS |
การสลับลำดับการทำงานระหว่าง RAS และ CAS |